กินผงชูรสเยอะทำให้ผมร่วง หัวล้าน ความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่น

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก “ผงชูรส” ที่เป็นต้นตอความอร่อยในอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะอาหารประเภทส้มตำ หรือยำต่าง ๆ ร้านค้าส่วนใหญ่นิยมปรุงในอาหาร เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติ หรือสร้างรสกลมกล่อม ในประเทศญี่ปุ่นเรียกรสชาตินี้ว่า อูมามิ ซึ่งหมายถึง ความผสมผสานหลอมรวมของรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม ขม อย่างลงตัว

ผงชูรส มีชื่อทางเ ค มีว่า (Monosodium glutamate) เป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการหมัก กากน้ำตาลอ้อย และน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง จัดเป็นสารปรุงแต่งอาหารชนิดหนึ่งที่ประกอบไปด้วย เกลือ(sodium) และ กลูตาเมต(glutamate)

ปัจจุบันองค์การอนามัยโ ล ก (WHO) ได้จัดให้ผงชูรสให้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (Food additive) ซึ่งมีความปลอดภัย แต่คนส่วนใหญ่ต่างกลั ว เเละคิดว่าผงชูรสเป็นสารอันตร า ย และที่ได้ยินกันมาตลอด คือผงชูรสเป็นสาเห ตุทำให้ผมร่วง ซึ่งไม่เป็นความจริง ผมร่วงเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ด้านร่างกายของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน ความแข็งแรงของหนังศีรษะ และอายุที่มากขึ้น

การกินในปริมาณที่มากเกินไป อาจไม่เกิดผลดีต่อร่างกาย เดิมในแต่ละประเทศมีการกำหนดปริมาณผงชูรสที่ได้รับต่อวันแตกต่างกัน เช่น เกาหลีและญี่ปุ่น 1.2-1.7 กรัม/วัน ยุโรปและสหรัฐอเมริกา 0.55-0.58 กรัม/วัน และประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 6 กรัมต่อคนที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันองค์การอนามัยโ ล ก ประกาศยกเลิกและสรุปข้อมูลว่า “ผงชูรสเป็นสารเจือปนในอาหาร ไม่ต้องกำหนดปริมาณการบริโภค”

อาการที่อาจพบได้ หากมีการแพ้ผงชูรส

1.กระหายน้ำ วิงเวี ย นศีรษะ รู้สึกช าบริเวณปาก ลิ้น ใบหน้า และหู

2.ค ลื่ นไส้ อาเจี ย น ป ว ดท้อง

3.หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก ปวดกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ หน้าอก หรือบริเวณแก้ม

สำหรับรายที่มีอาการแพ้มาก ๆ หัวใจอาจเต้นเร็วขึ้นผิ ดปกติ หรืออาจถึงขั้นเป็นอัมพ า ตชั่วคราวได้ หญิงมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจส่งอันตร า ย ถึงลูกในครรภ์ได้

สรุปการรับประทานผงชูรส “ไม่ทำให้ผมร่วงหรือหัวล้านได้” แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป เป็นผลให้ระบบการรักษาสมดุลร่างกายมีปัญห า ได้ ดังนั้น ควรบริโภคให้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ อย่าลืมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงควบคู่ไปด้วย

ขอขอบคุณที่มา: ngthai

เรียบเรียงโดย: admin

Facebook Comments