ขอไฟเกษตร ง่ายนิดเดียว ตามหลักเกณฑ์ 9 ข้อ ขั้นตอนไม่ยุ่งย า ก

ไฟเกษตร คือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวน เพื่อทำการเกษตรหรือกิจกรรมด้านการเกษตร เช่น การใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟให้แสงสว่างในไร่นา มีประโยชน์มากๆ สำหรับเกษตรกร

ขั้นตอนการขอก็ไม่ยุ่งย า ก ตามหลักเกณฑ์ 9 ข้อ ที่การไฟฟ้าได้แจ้งให้ทราบ ซึ่งเกษตกรต้องอ่านและทำความเข้าใจให้ดี จะได้ไม่เสียเวลาในการดำเนินการ มีรายละเอียดสรุปคร่าวๆ ดังนี้

1.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชก า ร

2.มีทางสาธารณประโชน์เข้าถึงพื้นที่ได้สะดวก

3.สามารถดำเนินการปักเสาพาดสายเข้าถึงที่ตั้งแปลงได้ (ไม่มีสิ่งกีดขวาง)

4.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานรัฐ เพื่อยืนยันขนาดและชนิดของกิจกรรม

5.ต้องระบุแหล่งน้ำที่ใช้เพื่อการผลิตสำหรับการเกษตร เช่น ห้วย หนอง หรือคลองน้ำ

6.มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ที่ดินเอกชนรายใหญ่

7.เป็นเกษตกรรายย่อยที่ขอใช้มิตเตอร์ขนาดไม่เกิน 15 แอมป์ ต่อราย

8.สามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้าได้ และอยู่ในเขตพื้นที่การไฟฟ้าเดียวกัน

9.ค่าใช้จ่ า ยในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 5 หมื่นบาท (การไฟฟ้า รับผิดชอบค่าใช้จ่ า ยการขยาย)

ขั้นตอนและรายละเอียดเพิ่มเติม

1.ขอบ้านเลขที่

กรณีที่ 1 จะต้องมีบ้านเลขที่เพื่อการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งในการขอบ้านเลขที่นั้นถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลหมู่บ้าน จะต้องสร้างเพิงพักหรือทำเป็นบ้านถาวรเลยก็ได้ และต้องมีห้องน้ำ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่

กรณีที่ 2 เมื่อมีบ้านพัก เพิงที่พัก เถียงนา ฯลฯ ต้องถ่ายรูปที่พักและห้องน้ำไปให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่มาตรวจพร้อมเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ ต่อด้วยให้นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่

จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน และเตรียมเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาโฉนดที่ดินไปยื่นต่อที่อำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ทั้งนี้การขอไฟเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วย ว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป แต่หากพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติ

2.ยื่นเรื่องขอใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชก า ร

เมื่อขอบ้านเลขที่ได้แล้ว นำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรอง โดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของตนเองและเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

3.ยื่นเรื่องขอไฟเกษตรกับการไฟฟ้า

จัดเตรียมเอกสารเพื่อขอยื่น ดังนี้

-สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

-สำเนาทะเบียนบ้าน

-สำเนาโฉนดที่ดิน

-ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชก า ร

นำเอกสารไปยื่นไว้ที่การไฟฟ้าในในเขตพื้นที่ตนเอง ทำการกรอกเอกสารให้เรียบร้อย (เป็นการยื่นเรื่องไว้รอ) แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงความเป็นไปได้ที่ไฟฟ้าจะเข้าพื้นที่

4.ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

15(45) แอมป์ (1 เฟส) ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท

15(45) แอมป์ (3 เฟส) ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท

อย่างไรก็ตามการขอไฟเกษตร หากมีสมาชิกคนอื่นๆที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือติดกัน ให้ทำการขอไปพร้อมๆกันจะดีที่สุด สำหรับเป็นข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ได้พิจารณาความต้องการและความจำเป็น ซึ่งอาจช่วยให้ได้สิทธิ์ในการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้แนะนำให้ปรึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้นำชุมชนหรือเกษตรกรที่เคยดำเนินการแล้ว หรือเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่เวปไซต์ของการไฟฟ้าได้เลยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูล: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

เรียบเรียงโดย: admin

Facebook Comments