วัดนี้ไม่รับเงิ นบริจ า ค คำสอนจาก “หลวงปู่ทุย ฉนทกโร”

วันนี้มีโอกาสได้อ่านป้ายติดประกาศของวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีข้อความที่ชวนให้คิด เกี่ยวกับการบริจ าค ทรั พย์สินเพื่อเป็นการทำบุ ญ มีใจความว่า “แจ้งคณะศรั ทธาผู้บริจ าค ทางวัดไม่ข าดแคลนในเรื่องใด ๆ พระสงฆ์อยู่ด้วยความพอ มีทรั พย์ มีเงิ นท อง เก็บไว้สงเคราะห์ครอบครัว ได้บุ ญเหมือนกัน”

ถือเป็นข้อคิดและคำสอนที่ดีมาก จาก หลวงปู่ทุย หรือ พระอาจารย์ปรีดา ฉนฺทกโรเจ้าสำนักวัดป่าดานวิเวก หรือวัดดงศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ น่านำไปปฎิบัติตามอย่างยิ่ง ที่สำคัญวัดแห่งนี้จะไม่มีตู้รับบริจ าค เหมือนกับวัดอื่น ๆ ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้น เมื่อสืบค้นประวัติของหลวงปู่ จึงอยากนำมาเล่าให้ทุกท่านได้ฟังกันต่อ

หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร ท่านเป็นชาวอุบลราชธานี บวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุยังน้อย สมัยบวชเรียนเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นรุ่นน้องของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และหลวงปู่ทองพูล สิริกาโม ซึ่งหลวงตามหาบัวเป็นพระ หลวงปู่ทุยได้เจริญรอยตาม หลังจากที่หลวงตามหาบัวสร้างวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ท่านก็มาจำพรรษาอยู่ที่นี่ช่วงหนึ่ง

หลังจากฝึกก ร ร มฐานจนสำเร็ จ หลวงปู่ขาวจึงได้แนะนำให้ท่าน ธุดงควัตรมาที่ดงสีชมภูเมื่อปี 2509 และอยู่ที่นี่ได้ 2 ปี ก็ได้ตั้งเป็นวัดป่าดานวิเวกขึ้นในปี 2511 หลวงปู่ทุยขึ้นชื่อว่าเป็นพระป่าที่ยังคงรั กษาข้อวัตร ปฏิปทา และธรรมเนียมของพระป่าได้อย่างดี ท่านเคยเป็นพระอาจารย์ให้กับพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อครั้งที่ท่านออกบวชในปี พ.ศ. 2547

ภายในวัดป่าวิเวกไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ นอกจากศาลาใหญ่หลังหนึ่งและกุฏิที่อยู่ห่าง ๆ กันไปเท่าที่จำเป็น อาสนะของพระสูงกว่าพื้นดินเพียงคืบเดียว หลวงปู่ทุยท่านมีปฏิปทาว่าจะไม่สร้างวัตถุถาวรใด ๆ เกินความจำเป็น มุ่งปลูกป่าอย่างเดียว หากจะใช้ลำไม้ได้กรณีที่ต้นไม้นั้นล้มหรือตายเอง

ท่านมักจะเทศน์สอนบอกลูกศิษย์อยู่บ่อย ๆ ว่า “โยมจงอย่าเอาไฟฟ้าเข้าวัด เพราะนั่นจะทำให้พระต้องมีค่าใช้จ่ าย พระสงฆ์ไม่มีร ายได้ อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าจะดีกว่า ส่วนน้ำนั้น พระ-เณรจะช่วยกันไปตัก จากบ่อบาดาลมาใส่ตุ่มไว้ใช้ โยมมาที่วัดขออย่าทำอึกทึกเสียงดังไป มาอยู่วัดก็ให้ทำสมาธิฝึกจิตฝึกใจ ได้บุ ญกว่ามานั่งกราบพระเสี ยอีก โยมไม่ต้องมาบริจ าคเงิ นให้แก่วัด เอานั้นเงิ นไปดูแลพ่อแม่จะได้บุ ญมากกว่าเอามาให้วัด เรื่องเงิ นนั้นน่ะไม่สำคัญเลย ฆราวาสมีศีล 5 เท่านั้นก็เพียงพอ”

มีหลายคนที่เคยสนาธรรมกับท่าน จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ท่านเป็นพระสมถะ” ถึงแม้จะเจ้าระเบียบ และอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างสูง แต่บรรดาพระเณรทั้งหลาย ก็อยากมาอยู่ศึกษาธรรมะกับท่าน เพราะเลื่อมใสและศรั ทธา ในข้อวัตรปฏิบัติที่หลวงปู่วางเอาไว้ และเพื่อมุ่งอรรถมุ่งธรรมโดยแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัจจุบันเงิ นท องจะมีความสำคัญ อีกทั้งการทำบุ ญที่ส่วนใหญ่ มักทำด้วยการบริจา คเงิ น ทำให้หลายคนเข้าใจผิด มองคุณค่าของการทำบุ ญ เป็นยอดเงิ นที่บริจ าค อย่างน้อยการได้อ่านบทความนี้ ก็ทำให้ได้หยุดคิดและไตร่ตรอง ทั้งเรื่องการทำบุ ญ การดูแลพ่อแม่ และการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ดังเช่น “หลวงปู่ทุย ฉนทกโร”

ขอบคุณที่มา: bitcoretech

เรียบเรียงโดย: admin

Facebook Comments